Casterbook

รีวิว หนังสือ นิยาย นิทาน ฯลฯ

Casterbook ความรู้ ” ความล้มเหลวไม่ใช่ความพ่ายแพ้แต่เป็นบทเรียน ” #ข้อคิดจาก 2 มหาเศรษฐี

” ความล้มเหลวไม่ใช่ความพ่ายแพ้แต่เป็นบทเรียน ” #ข้อคิดจาก 2 มหาเศรษฐี


" ความล้มเหลวไม่ใช่ความพ่ายแพ้แต่เป็นบทเรียน " #ข้อคิดจาก 2 มหาเศรษฐี

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมมีโอกาสได้อ่านบทความและหนังสือเกี่ยวกับ ” เรื่องราวชีวิตอัตชีวประวัติของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงในโลก “

มีอยู่ 2 คนที่ผมคิดว่า ” ชีวิตของเขาให้ข้อคิด แนวคิดและแรงบันดาลใจดี ๆ กับเราได้อย่างแน่นอน “

คนแรกคือ ” แจ็ค หม่า ” เขาเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารระดับสูงของกลุ่ม ” อาลีบาบา Alibaba ” บริษัทที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

แจ็ค หม่า

” แจ็ค หม่า ” เด็กชายรูปร่างผอมบางและเรียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง เขาเรียนซ้ำชั้นในระดับอนุบาลมากถึง 7 ปี เนื่องจากพัฒนาการด้านการเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่น ๆ นอกจากนี้ในสมัยมัธยมเขายังสอบตกมากถึง 5 ครั้งอีกด้วย

แม้ความรู้ความสามารถของเขาจะน้อย แต่ความฝันของเขายิ่งใหญ่ ” เขาใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างฮาร์วาร์ด ” เขาพยายามทุ่มเทเต็มที่พยายามสอบเข้ามากถึง 10 ครั้งแต่สุดท้ายเขาก็สอบไม่ผ่าน

Advertisement

Advertisement

มาถึงในวัยทำงานเขาก็ไปสมัครงานที่ร้าน KFC มีผู้สมัครทั้งหมด 24 คน แต่ KFC รับเพียง 23 คน และหนึ่งคนที่ KFC ปฏิเสธ ก็คือ ” แจ็ค หม่า “

หลังจากนั้นเขาหันไปสอบเข้ารับราชการเป็นตำรวจ มีคนสมัคร 5 คน มีเพียง 4 คนสอบผ่านได้เป็นตำรวจ คนเดียวที่ไม่ผ่านก็คือ ” แจ็ค หม่า “

ตำรวจ 💂‍♂️แจ็คหม่าได้สรุปและให้ข้อคิดกับเรื่องราวนี้ไว้ว่า ” แม้เราจะโดนปฏิเสธสักกี่ครั้ง ก็ขอให้เราทำความเคยชินกับมัน และที่สำคัญอย่าละทิ้งความฝัน อย่าใส่ใจกับข้อผิดพลาดวิจารณ์ของคนอื่น และจงแน่วแน่ในสิ่งที่ตัวเราเองเชื่อมั่น “

ชีวิตของแจ็คหม่าได้ให้ข้อคิดกับผมมากมายเลย เช่น : ความล้มเหลวคำปฏิเสธเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ถ้าเรามั่นใจในตัวเอง มั่นใจในสิ่งที่เรารัก มั่นใจในสิ่งที่เราทำแม้ในช่วงแรก ๆ อาจจะเป็นไปในทางที่ไม่ดี แต่ถ้าเรามั่นใจพยายามอย่างเต็มที่ สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จได้ “

Advertisement

Advertisement

คนที่ 2 คือ ” ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ” เด็กหนุ่มคนหนึ่งหอบเอาความฝันที่ต้องการที่จะเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง เดินทางมายังฮอลลีวูดพร้อมด้วยสุนัขคู่ใจ

เขาตระเวนหาเอเจนซี่ที่ทำการคัดเลือกนักแสดง เพียงเพื่อขอบทแสดงเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้แก่ตัวเอง ” แต่สุดท้ายก็ไม่มีสตูดิโอไหนรับเขาเป็นนักแสดง “

1,850 นี่คือจำนวนที่เขาโดนปฏิเสธจากสตูดิโอ ในการสมัครงานตำแหน่งนักแสดงของเขา

เมื่อไม่มีงาน ก็ไม่มีเงิน เมื่อไม่มีเงิน ก็ไม่มีอะไรจะกิน ” จากความฝันที่จะเป็นนักแสดงอันโด่งดังเขาก็กลายมาเป็นคนเร่ร่อน “

จุดต่ำสุดในชีวิตของเด็กหนุ่มคนนี้ ก็คือ ” การตัดสินใจขายเพื่อนรักต่างสายพันธุ์ที่เขารักมากที่สุด นั่นก็คือ สุนัขคู่ใจของเขา ” เหตุผลคือเขาไม่มีเงินที่จะซื้ออาหารให้มัน

Advertisement

Advertisement

วันหนึ่งในขณะที่เขานั่งดูการถ่ายทอดสด การชกมวยชิงแชมป์โลก ระหว่าง ” มูฮัมหมัดอาลี ” กับ ” ชัค เว็บเนอร์ ” ซึ่งก่อนชกอาลีเป็นต่อเว็บเนอร์อยู่มาก เนื่องจากเว็บเนอร์อายุ 35 ปี ในขณะที่อาลียังหนุ่มยังแน่น

ชกมวยแต่เมื่อขึ้นเวทีจริงกว่าที่อาลีจะเอาชนะเว็บเนอร์ได้ ก็เข้าไปยกสุดท้ายแล้ว แม้จะพ่ายแพ้แต่ความอดทนมุ่งมั่นพยายามของ ” เว็บเนอร์ ” ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กหนุ่มคนนี้ลุกขึ้นมาเขียนบทภาพยนตร์เกี่ยวกับ ” นักมวยชาวอิตาลีคนหนึ่ง ที่มีความใฝ่ฝันมุ่งมั่นพยายามเหมือนกับเขา “

เขาใช้เวลา 3 วัน 3 คืน เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้จนเสร็จ จากนั้นเขาก็นำไปขายให้กับบริษัทผลิตภาพยนตร์โดยมีข้อแม้ว่า ” เขาจะขายให้แก่บริษัทที่ให้เขาแสดงเป็นนักมวย ซึ่งเป็นตัวเอกในเรื่องนี้เท่านั้น “

สุดท้ายก็มีบริษัทที่ยอมรับเงื่อนไข และให้เขาไปเล่นเป็นตัวละครเอก ในปี ค.ศ. 1976 เมื่อภาพยนตร์ที่เขาเขียนบทและแสดงเองในเรื่องนี้ออกฉาย ก็สามารถทำรายได้กว่า 200 ล้านดอลลาร์และได้รับรางวัลออสการ์

จากการโดนปฏิเสธมากถึง 1,850 ครั้ง ใช้ชีวิตแบบคนเร่ร่อนขายสุนัขที่รัก เพื่อหาเงินประทังชีวิต ” สู่การได้เป็นนักแสดงระดับรางวัลออสการ์ “

ทั้งเรื่องของ ” แจ็ค หม่า ” และ ” ซิสเวสเตอร์ สตอลโลน ” ทำให้ผมได้ข้อคิดว่า ” หากเราไม่หยุดการลองผิดลองถูก สุดท้ายจะทำให้เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ” หากเราไม่หยุดที่จะพยายามเราก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้


เครดิตของรูปภาพทั้งหมด :

รูปภาพประกอบที่ 2 โดย : Caleb Oquendo / pexels, รูปภาพประกอบที่ 3 โดย : Vlad Dediu / pexels, [ สำหรับรูปภาพหน้าปกและรูปภาพประกอบที่ 1 ” ทางผู้เขียนวาดเองนะครับ ” ]

Cr.trueid

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

TopBack to Top