Casterbook

รีวิว หนังสือ นิยาย นิทาน ฯลฯ

Casterbook ความรู้ ทักทายยังไงดีให้ต่างกันระหว่าง “เจอกันทุกวัน” กับ “นานๆ เจอกัน”

ทักทายยังไงดีให้ต่างกันระหว่าง “เจอกันทุกวัน” กับ “นานๆ เจอกัน”


ทักทายยังไงดีให้ต่างกันระหว่าง "เจอกันทุกวัน" กับ "นานๆ เจอกัน"

การทักทายในภาษาอังกฤษนอกจากใช้การสวัสดีกันตามเวลา เช่น “Good Morning”, “Good Afternoon”, “Good Evening” แล้วก็ยังมีการสอบถามว่า “สบายดีไหม” เพื่อแสดงความเป็นมิตร สำหรับในสังคมอเมริกันผู้คนใช้ประโยคนี้ทักทายกับทุกคน แม้ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าที่เดินสวนกัน รวมทั้งเป็นคำทักทายปกติสำหรับพนักงานในร้านค้าต่างๆ ที่ใช้ทักทายลูกค้าเมื่อเดินเข้าร้าน 

การบอกลาก็ใช้คำว่า “Good bye” หรือ “Good night” และมักจะตามด้วยประโยคอวยพร เช่น   “Have a nice day.” หรือ “Have a good one.” หากเป็นวันศุกร์ก็จะเปลี่ยนให้เจาะจงมากขึ้น เช่น  “Have a nice weekend.” หรือถ้าเป็นช่วงเย็นก่อนเลิกงานก็จะใช้ “Have a nice evening.” แทน   การตอบประโยคอวยพรนี้คือการขอบคุณและพูดประโยคนี้ซ้ำเพื่อตอบกลับไป “Thank you, have a nice day.” หรือจะตอบสั้นๆ ว่า “Thank you, you too.”

Advertisement

Advertisement

หากเจอกันทุกวันหรือเจอกันเป็นประจำ การทักทายปกติจะใช้ประโยคต่อไปนี้
“How are you? “ เป็นรูปกริยา Present Simple (รูปกริยาช่องที่ 1)
หรือ  “How are you doing?” เป็นรูปกริยา Present Continuous (is/am/are +verbเติมing)
การถามด้วยประโยคนี้เป็นการถามตามมารยาท คำตอบที่คาดหวังคือ “สบายดี” 
ทั้งสองประโยคสามารถตอบได้ด้วยประโยคนี้  “I am fine.”  เพื่อความสุภาพควรตามด้วยคำขอบคุณและถามกลับเช่นกัน
รวมกันได้ “I am fine, thank you, and you?”  อย่างที่เราพูดซ้ำกันในห้องเรียน เป็นประโยคที่ใช้ได้ตลอดเวลาและเหมาะสมทุกสถานการณ์
 
***สิ่งที่เราเรียนมาให้ห้องเรียนใช้ใด้ในชีวิตจริง หากอยากจะปรับเปลี่ยนให้แปลกใหม่ขึ้นก็ทำได้เช่นกัน ภาษาเป็นศิลปะสามารถแต่งเติมได้****
หากเบื่อคำตอบเดิมๆ เราก็สามารถปรับเปลี่ยนคำว่า Fine (adjective) ที่แปลว่า “สบายดี” เป็นคำอื่นที่ให้ความหมายเดียวกัน

Advertisement

Advertisement

เช่น  “I am very well.”  “I am great.”  “I am doing well.”  “I am ok.”  “I am good.”
 
จริงๆแล้วประโยคเหล่านี้สามารถใช้ได้ในหลายสถานการณ์ ได้แก่
  • ในสถานการณ์มีปัญหาหรืออุบัติเหตุ เช่น  เมื่อหกล้มแล้วมีคนมาถามว่า “Are you ok?” ตอบว่า ไม่เป็นไร คือ “I am ok.”
  • ในสถานการณ์อิ่มแล้ว เช่น  เมื่อมีจะตักอาหารให้แต่คุณอิ่มแล้ว พูดว่า อิ่มแล้ว คือ “I am good.”
  • ในสถานการณ์ไม่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น คุณเดินดูสินค้าในร้านพนักงานเดินมาเสนอความช่วยเหลือแต่คุณยังไม่ต้องการความช่วยเหลือ พูดว่า “I am fine, thank you.” 
  • ในสถานการณ์ถามเรื่องทั่วไปเนื่องจากคำถามเป็น “How” ทำให้ต้องการคำตอบว่าดีหรือไม่ดี เช่น “How are you doing in school?” การเรียนของคุณเป็นยังไงบ้าง (ดีหรือไม่ดี) ตอบว่า “I am doing very well.” ดีมาก

Advertisement

Advertisement

 

หากต้องการตอบให้ตรงคำถามอาจจะต้องเลือกใช้คำกริยาในรูป Tense เดียวกันในการตอบคำถาม
เช่น Question:How are you?” Answer: “I am fine.”
หรือ  Question: “How are you doing?” Answer: “I am doing fine.”
credit: canva.com
ว่าด้วยเรื่องการใช้กริยารูป “Present Perfect” (has/have+ verbช่อง3)
 
 
ว่าด้วยเรื่องการใช้กริยารูป “Present Perfect” (has/have+ verbช่อง3) ถูกใช้เพื่อสื่อสารช่วงเวลาจากอดีตถึงปัจจุบัน
เมื่อนาน ๆ เจอกัน การทักทายจึงเปลี่ยนไปเป็น “How have you been?” โดยใช้รูปกริยา “Present Perfect: have/has + กริยาช่องที่ 3”
การตอบแบบเต็มประโยคควรใช้รูปกริยาแบบเดียวกัน
เช่น  “How have you been?”  “I have been great.” บทสนทนาในรูปทั้งคู่ไม่ได้เจอกันเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว
ถามโดยใช้คำว่า “How” ตอบสั้นๆได้ด้วย adjective  เช่น fine, good, great เป็นต้น หากไม่ต้องการย้ำรูปกริยาอีกรอบ
 
credit: canva.com
ดีใจที่ได้เจอคนรู้จัก ใช้ “see”
ดีใจที่ได้เจอคนรู้จัก ใช้ “see” แทน “meet”
“Nice to meet you.” ยินดีที่ได้รู้จัก (ครั้งแรก)
“Nice to see you.” ยินดีที่ได้เจอกัน (อีกครั้ง)
ดีใจหรือรู้สึกดีมีหลายคำใช้ได้หลายคำ ได้แก่ “Nice”, “Pleased”, “Glad”, “Great” เป็นต้น
 
ประโยคที่ใช้เมื่อรู้จักกันครั้งแรก และพูดซ้ำเพื่อตอบกลับ
“Pleased to meet you.”
“Glad to meet you.”
“Great to meet you.”
ประโยคที่ใช้เมื่อเจอกันอีกครั้ง และพูดซ้ำเพื่อตอบกลับ
“Pleased to see you.”
“Glad to see you.”
“Great to see you.”
 

การกลับมา ใช้เป็น “adjective” หรือ “verb” ก็ได้

“Be back”  (adjective) แปลว่า กลับมา
“I will be right back.” เดี๋ยวมา
“I am back in town.” กลับมาที่เมืองนี้
 
“Verb + back” (verb) แปลว่า กลับมา
เช่น “come back”, “go back”, “walk back”, “drive back”, “fly back” เป็นต้น

credit: canva.com

“What have you been up to?”

อีกประโยคในการทักทายสำหรับคนรู้จักที่ไม่เจอกันนานคือ “What have you been up to?” ช่วงนี้ทำอะไรอยู่
เมื่อถามด้วย “What” คำตอบควรเป็นคำนาม ซึ่งคำตอบที่นิยมใช้ที่สุดคือ “Nothing much.” แปลว่า ไม่มีอะไรมาก
 
“visit” (verb) แปลว่า เยี่ยม สามารถใช้กับการไปเยี่ยมญาติ, เยี่ยมผู้ป่วย, เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว  เช่น
“I visit my father in hospital.” เยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาล
“I visit my grandfather in Ayutthaya.” เยี่ยมตาที่อยุธยา
“I visit a famous waterfall in the north of Thailand.” เยี่ยมชมน้ำตกที่มีชื่อเสียงในภาคเหนือของประเทศไทย
นักท่องเที่ยวใช้คำว่า “visitor” ได้ นอกจากคำว่า “tourist”
แขกที่มาเยี่ยมใช้คำว่า “visitor” ได้นอกจากคำว่า “guest”
 
credit: canva.com
“catch up” (verb)
 
“catch up” (verb) แปลว่า ตามให้ทัน หรือ ทำให้ทัน
“We should catch up.” เราน่าจะหาเวลาคุยกันเรื่องต่างๆในช่วงที่เราไม่ได้เจอกัน
“I have to catch up my work.” ต้องรีบทำงานให้ทัน
 
“should + กริยารูปดั้งเดิม” และ “Let’s” มาจาก “Let + us” ใช้ในกรณีแนะนำหรือชวน
“We should get coffee.” ไปดื่มกาแฟกันเถอะ
“Let’s get coffee.” ไปดื่มกาแฟกันเถอะ
 
หากใช้ “let’s” ผู้พูดและผู้ฟังจะทำด้วยกัน เนื่องจากกรรมเป็น  “us” ซึ่งรวมผู้พูดไปด้วย
หากไม่รวมผู้พูดเปลี่ยนเป็น “let + กรรมรูปอื่นๆ” เช่น “Let him sit.” ให้เขานั่ง  โดยผู้พูดอาจจะไม่ได้นั่งด้วย
 
ครูด้วง
English Forward Unlimited

 

 

 

 

 

Cr.trueid

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

TopBack to Top