Casterbook

รีวิว หนังสือ นิยาย นิทาน ฯลฯ

Casterbook ความรู้ พืชป้องกันตัวเองอย่างไร ?

พืชป้องกันตัวเองอย่างไร ?


พืชป้องกันตัวเองอย่างไร ?

เคยสงสัยบ้างไหม พืชไม่มีแขนขา หากเกิดอันตรายจะวิ่งหนีก็ไม่ได้ ปัดป้องแมลงหรือสัตว์ต่าง ๆ ที่มารบกวนก็ไม่ได้ และพืชก็ไม่มีปากตะโกนร้องขอความช่วยเหลืออีกด้วย แล้วพืชทำอย่างไรจึงมีชีวิตรอดอยู่ได้เมื่อต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมตามธรรมชาติ ที่อาจเกิดอันตรายได้ตลอดเวลา ในความเป็นจริงแล้วพืชมีกลไกที่ใช้ในการป้องกันตัวหลายรูปแบบแตกต่างกันไป ได้แก่

หนามแหลม มีไว้เพื่อป้องกันสัตว์และแมลงศัตรูพืชเข้ามาทำลาย ซึ่งหนามของพืชมีหลายชนิด ได้แก่

  • หนามชนิดที่เกิดจากการลดรูปของใบเพื่อลดการคายน้ำ เรียกว่า spine เช่น กระบองเพชร 

หนามกระบองเพชร (spine)

  • หนามที่เกิดจากการเปลี่ยนรูปของลำต้นหรือกิ่ง เรียกว่า thorn เช่น เฟื่องฟ้า

หนามของเฟื่องฟ้า (thorn)

  • หนามที่เกิดจากเนื้อเยื่อชั้นใต้เปลือกลำต้น เรียกว่า prickle เช่น กุหลาบ

หนามกุหลาบ (prickle)

เซลล์พิเศษ เป็นเซลล์ที่บรรจุสารพิษ ซึ่งมีได้หลากหลายชนิด เช่น สารที่มีลักษณะเป็นผลึกแหลมคม หรือ สารเคมีที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด พบในพืชหลายชนิด เช่น สารแคลเซียมออกซาเลต ที่พบในต้นบุก (Amorphophallus konjac) หากสัมผัสจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหนัง หากรับประทานจะทำให้เกิดอาการบวมและกลืนลำบาก

Advertisement

Advertisement

เซลล์พิเศษในต้นบุก มีสารแคลเซียมออกซาเลท

สารเคมีสื่อสัญญาณ เมื่อพืชถูกโจมตีด้วยแมลง หรือพืชต้นหนึ่งได้รับสภาวะเครียดต่างๆ เช่น สภาพแห้งแล้ง หรือมีการเข้าทำลายของจุลินทรีย์ พืชจะส่งสัญญาณเตือนพืชต้นอื่นโดยการปล่อยสารเคมีบางชนิดออกมา เรียกว่า volatile organic compounds จากนั้นพืชอาจจะสร้างสารที่เป็นพิษให้มีความเข้มข้นมากขึ้นเพื่อกำจัดศัตรูพืช หรือ อาจจะปลดปล่อยสารเพื่อดึงดูดผู้ล่าของศัตรูอีกทีหนึ่ง งานวิจัยล่าสุดรายงานว่า พืชมีการปล่อยสารเคมีเพื่อสื่อสารกันผ่านทางระบบรากและเครือข่ายของเชื้อราที่อาศัยอยู่ในรากพืช

Advertisement

Advertisement

สารเคมีสื่อสัญญาณ (chemical signaling)

สารพิษ พืชบางชนิดสร้างสารพิษได้ ซึ่งสารพิษที่พืชสร้างขึ้นนั้นอาจจะเป็นพิษเฉพาะกับพืชบางชนิด โดยที่อาจจะไม่มีอันตรายใดๆ กับพืชบางชนิดเลย แต่ขณะเดียวกันอาจจะส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชบางชนิดได้ด้วย นอกจากนี้สารพิษที่พืชสร้างขึ้นไม่เพียงมีผลกระทบกับพืช แต่สามารถมีผลเป็นพิษกับสัตว์ที่เป็นศัตรูพืชได้ด้วย สารกลุ่มนี้เรียกว่า อัลลีโลพาที (allelopathy) มีรายงานเกี่ยวกับสร้างสารอัลลีโลพาทีในพืช เช่น ใบของผกากรอง สามารถยับยั้งการงอกและการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิด เช่น ข้าวฟ่าง กวางตุ้ง และผักบุ้ง เป็นต้น

สารอัลลีโลพาทีพบในใบของผกากรอง

การศึกษากลไกการป้องกันตัวของพืช นอกจากจะทำให้เข้าใจวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตแล้ว ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ทางเทคโนโลยีชีวภาพได้หลายประการ เช่น การศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติของสารอัลลีโลพาทีที่พืชสร้างขึ้น สามารถนำไปพัฒนาเป็นสารกำจัดแมลงศัตรูพืชและสารกำจัดวัชพืชที่มาจากพืชธรรมชาติ เพื่อลดการใช้สารเคมี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีด้านการเกษตรสีเขียว (green agriculture) ที่เป็นมิตรกับมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นการส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน (sustainable agriculture) ที่มีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่ง

Advertisement

Advertisement

เครดิตภาพ : ภาพปก / ภาพประกอบที่ 1 /ภาพประกอบที่ 2 / ภาพประกอบที่ 3 / ภาพประกอบที่ 4 / ภาพประกอบที่ 6 โดยผู้เขียน (SaltLegume), ภาพประกอบที่ 5 จากเว็บไซต์ https://nph.onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/nph.14274

Cr.trueid

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

TopBack to Top