Casterbook

รีวิว หนังสือ นิยาย นิทาน ฯลฯ

Casterbook ความรู้ ฤาจะเป็นบทสรุปงานวิจัย :มาตรการปราบปรามการทุจริตด้วยกฎหมายภาษี

ฤาจะเป็นบทสรุปงานวิจัย :มาตรการปราบปรามการทุจริตด้วยกฎหมายภาษี

conclusion(คาดว่า)บทสรุป

และแล้วก็มาถึง(คาดว่า) บทสรุปของงานวิจัยคณะเรื่องนำมาตรการภาษีปราบปามการทุจริต ที่ผมกับฟาได้ทั้งแรงกายและสมองช่วยกันวิเคราะห์อย่างถึงพริกถึงขิง ก่อนจะมาสู่ข้อเสนอแนะจากงานวิจัย ขออนุญาตทบทวนสักเล็กน้อยว่า

bribeทุจริต

  1. การทุจริต คงไม่มีใครมองว่าเป็นสิ่งสวยงาม (เหมือนความรัก)
  2. การทุจริตนั้น เรามองว่ามันน่าจะเกิดจากแรงกดดันภายนอกและภายในผู้กระทำผิด เช่น ค่านิยมด้านวัตถุนิยม ยกตัวอย่าง ความร่ำรวย การได้รับความนิยม
  3. ต้นทุนการทุจริต มักถูกมองว่าเป็นทางลัดสู่ความสำเร็จทางสังคมง่ายกว่าความพยายาม (ทำงานหนัก)
  4. ไม่จริงว่าการทุจริตจะต้องเกิดจากภาครัฐเสมอไป แต่เอกชนอาจมีเอี่ยวหรือส่วนแบ่งได้ เช่น การประมูลโครงการรัฐ เป็นต้น
  5. การทุจริตที่ยังที่เราเห็นเป็นเพียงภูเขาน้ำแข็งที่ลอยพ้นพื้นน้ำมหาสมุทร แต่ส่วนที่อยู่ใต้กลับยังไม่ได้รับแก้ไขอย่างจริงจัง ทำให้การทุจริตยังอยู่กับเรามานาน

Advertisement

Advertisement

  • จากข้อ 5 กฎหมายที่มุ่งหวังจะปราบปรามการทุจริต ยังแก้ไขไม่ถึงต้นเหตุการณ์ทุจริตที่แท้จริง
  • ส่วนใหญ่ภาครัฐจะตกเป็นเป้าและถูกกล่าวหาว่าทุจริต เพราะถืออำนาจที่สามารถให้คุณให้โทษตามกฎหมายได้ ดังนั้น ผู้อยู่ใต้อำนาจจึงต้องหาผลประโยชน์มาเป็นเครื่องตอบแทนการอนุมัติ/อนุญาต โดยที่เจ้าหน้าที่รัฐก็ดี เอกชนก็ดี หรือ องค์กรอื่น ๆ อาจลืมไปว่า เจ้าหน้ารัฐมีผลประโยชน์ที่ตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่ คือ เงินเดือน
  • ผลประโยชน์ที่นอกเหนือจากข้อ 7. จึงไม่สามารถหาเหตุผลโดยชอบว่า เจ้าหน้าควรได้รับเพราะอะไร?
  • ตามกฎหมายแพ่ง-พาณิชย์มองว่าผลประโยชน์ในข้อ 8 ถือเป็นลาภมิควรได้ ที่ลงโทษผู้ให้ลาภไม่สามารถเรียกคืนได้เพราะเป็นการชำระหนี้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
  • แต่ในขณะเดียวกันผู้รับลาภตามข้อ 9 นั้นจะได้ประโยชน์จากกฎหมาย (เพราะไม่มีหน้าที่คืนลาภ) เพียงเท่านี้ทางคณะผู้วิจัยมองว่ากฎหมายไม่สมควรสนับสนุนผู้ที่กระทำผิดกฎหมายหรือไม่
  • Advertisement

    Advertisement

  • มาตรการที่คณะผู้วิจัยอยากเสนอ คือ การนำภาษีมาประเมินลาภตามข้อ 9 เพื่อเป็นการลดต้นทุน (สาเหตุ) ของการทุจริตลง แม้ว่าปัจจุบัน โทษทางอาญาในการขู่ผู้ทุจริตไม่ให้กระทำ แต่ในทางปฏิบัติกับไม่ได้ทำให้ผู้กระทำความผิดกลัวแต่อย่างใด มิฉะนั้นอัตราการทุจริต ในประเทศควรต้องลดลง เมื่อโทษทางอาญาแก้ไขให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษหนักขึ้น
  • taxภาษี

       12. แม้จะปรากฏบทสรุปงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศเพื่อลดอัตราการทุจริตมากมาย แต่การทุจริตยังคงเห็นได้ตามสื่อต่าง ๆ สอดคล้องกับทฤษฎีสามเหลี่ยมทุจริต สื่อว่า แรงกดดัน เช่น หนี้สิน รายรับที่น้อยลง ทำผลงานให้เข้าตานาย ฯ โอกาส เช่น มีอำนาจในการพิจารณาให้คุณให้โทษได้ และ เหตุผล ได้แก่ จำเป็นต้องทุจริต หรือ ใคร ๆ เขาก็ทำกัน ยิ่งไปกว่านั้น สังคมกลับยอมรับว่า “แม้จะทุจริต ขอให้ทำประโยชน์แก่สังคมก็พอ – แท้จริง เราควรมีจุดยืนว่า 1)ต้องทำประโยชน์แก่สังคมตามหน้าที่ และ 2) ถูกกฎหมายและไม่แสวงประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่สมควรจะได้รับ เมื่อการยอมรับเป็นเรื่องอัตวิสัย ภาษีย่อมเข้ามาทำให้การทุจริตเป็นเรื่องที่ไม่สมควรได้รับการยอมรับ (ภาววิสัย) สืบเนื่องจากการประเมินภาษีมองว่า ตราบใดที่เรามีเงินได้ไม่ว่าจะขาวหรือดำ คุณต้องเสียภาษี เมื่อเงินหรือรายได้สีดำ (ทุจริต) ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40 (8) ทำไม จึงไม่ถูกประเมินภาษี?

    Advertisement

    Advertisement

    ah ah ah

    เอ๊ะ อย่าเพิ่งดีใจไป เหลือวิจัยโครงใหญ่อีก 1

    ท้ายนี้ขอบคุณ

    1.ฟา

    2. อ.คริส โปตระนันทน์

    3. ภาพ

    3.1 ปก โดย Bermix Studio จาก unsplash

    3.2 ที่ 1 โดย stories จาก freepik

    3.3 ที่ 2 โดย freepik จาก freepik

    3.4 ที่ 3 โดย 8photo จาก freepik

    3.5 ที่ 4 โดย wayhomestudio จาก freepik

    ขอบคุณคณะวิจัยคุณภาพนะครับ … xiexie 

     

     

     

     

    Cr.trueid

    Leave a Reply

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

    TopBack to Top