Casterbook

รีวิว หนังสือ นิยาย นิทาน ฯลฯ

Casterbook ความรู้ วิธีคิดที่จะทำให้เราเก็บเงิน 1 ล้านบาทมาได้ง่าย ๆ

วิธีคิดที่จะทำให้เราเก็บเงิน 1 ล้านบาทมาได้ง่าย ๆ

          การเก็บเงิน 1 ล้านบาทแรกในชีวิตให้ได้นั้น จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย จะว่ายากมันก็ไม่ยาก ผู้เขียนลงทุนในพอร์ทหุ้นและสะสมเงินต่อเงินในการลงทุนในช่วง 3 – 4 เดือนที่ผ่านมา ขาดเงินอีกหกหลักนิด ๆ ก็จะครบหนึ่งล้านบาทแล้วค่ะ อย่างแรกที่ต้องทำคือการมองเห็นภาพรวมแล้วตั้งเป้าหมายค่ะ หรือคิดถึงโลกในอนาคตเข้าไว้ ทำไมสิ่งนี้จึงจำเป็น ทำไมสิ่งนี้ถึงใช้ประโยชน์ได้ มันมีวิธีทำงานยังไง แล้วสิ่งที่เราลงทุนนั้นตอบโจทย์ผู้คนในสมัยนี้มั้ย สิ่งต่อมาที่เราต้องถามก็คือ ถ้าเรามีเงินหนึ่งล้านบาทแรก เราจะเอาเงินหนึ่งล้านบาทนั้นมาทำอะไร เป้าหมายแรกของผู้เขียนคือเงินจำนวนสองแสนบาทเท่านั้น เพราะผู้เขียนต้องการทำฟันให้พ่อของผู้เขียน เพราะพ่อของผู้เขียนไม่มีเงินเก็บเลย มีเท่าไหร่ก็ใช้กับการพนันจนหมด

1

          ใครที่มีคนในครอบครัวติดการพนันก็จะมีปัญหาที่ลำบากเกี่ยวกับเรื่องการเงินหน่อย ในกรณีของผู้เขียน ผู้เขียนเคยขอร้องพ่อของผู้เขียนตั้งแต่สมัยประถม จนเรียนจบให้เลิกเล่นพนัน ปากของพ่อก็บอกตลอดนะคะว่าจะเลิก ๆ แต่ก็ทำไม่ได้ เล่นพนันจนไม่มีเงินทำฟัน สร้างความทุกข์ใจให้ผู้เขียนมาก ผู้เขียนก็เลยนำเงินเก็บมาลงทุนในหุ้น ออมเงิน ซึ่งก็ดีกว่าที่คิดมากค่ะ เพราะได้กำไรเกือบล้านเลย

Advertisement

Advertisement

อย่างแรกคือเราต้องมีเป้าหมายในการเก็บเงินและออมเงินนะคะ เมื่อเรามีเป้าหมาย ก็จะทำให้เราเก็บเงิน ออมเงิน และหาเงินได้ง่ายขึ้นค่ะ

อย่างที่สองก็คือ mindset เกี่ยวกับเรื่องเงิน หลายคนมักจะบอกว่าคนจนมีความสุข คนรวยไม่มีความสุข คนจนเป็นคนที่ดี คนรวยเป็นคนที่ดี แม้แต่พ่อของผู้เขียนเองที่เล่นการพนันทั้งชีวิตจนแทบจะติดหนี้การพนันและเอาสมบัติของตัวเองไปขายก็พูดแบบนั้นค่ะ ซึ่งผู้เขียนอยากบอกเลยว่ามันไม่จริง… คนดีกับคนไม่ดีนั้นมีอยู่ทุก ๆ ที่และทุกๆฐานะค่ะ ส่วนคนจนกินข้าวกันพร้อมหน้าคือคนที่มีความสุข ส่วนคนรวยยุ่งกับงานมากจนหาเวลามากินข้าวร่วมโต๊ะกันไม่ได้นั้นไม่มีความสุขผู้เขียนอยากบอกว่าไม่จริงค่ะ พ่อของผู้เขียนชอบพูดบ่อย ๆ ว่าคนมีเงินไม่ค่อยมีความสุข ส่วนคนไม่มีเงินคือคนที่มีความสุข กว่าผู้เขียนจะหลุดออกมาจากกับดักทางความคิดเรื่อง mindset เกี่ยวกับเงินก็ยากพอสมควรค่ะ เพราะเมื่อเรามีอายุมากขึ้น การปรับเปลี่ยนความคิด อีโก้ หรือหัวโขนของเราก็ยากตามไปด้วย ซึ่งโชคดีที่ผู้เขียนยังมีอายุไม่เยอะเท่าไหร่ จึงยังพอปรับเปลี่ยนความคิดหรือ mindset เกี่ยวกับเงินได้ แต่ก็ขอยอมรับว่ายากพอสมควรค่ะ

Advertisement

Advertisement

2

          และสิ่งที่สำคัญต่อมาก็คือ คำพูด… แม่ของผู้เขียนเป็นคนที่ขี้เหนียวและงกเงินมากๆค่ะ ต่อให้มีมากเท่าไหร่ แม่ของผู้เขียนก็คงจะพูดว่า ไม่ให้อยู่ดีเวลาขออะไร แม้แต่ลูกชิ้น 5 บาทในวัดที่มีงานบุญ ผู้เขียนยังต้องทะเลาะกับแม่ตอนเด็กๆเลยแต่ก็ไม่ได้กินนะคะ ตั้งแต่เด็ก ๆ แม่ของผู้เขียนในสายตาผู้เขียนจึงเป็นแม่ที่ทำงานหนัก เมื่อเราโตขึ้น อยู่ในวัยทำงาน ต้องรับผิดชอบหาเงินเอง เราก็รับรู้ความลำบากนั้นและเข้าใจเขามากขึ้น

Advertisement

Advertisement

3

          ปกติพ่อของผู้เขียนมักจะตามใจในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของที่อยากได้ อาหารที่อยากกิน รวมถึงสถานที่ที่อยากไป แต่เวลาที่พูดถึงเรื่องความฝันของผู้เขียน เช่น อยากเรียนต่อต่างประเทศ อยากเปิดบริษัทท่องเที่ยวของตัวเอง อยากทำรีสอร์ตรับ หรืออยากทำอะไรใหญ่โต ผู้เขียนมักจะได้ยินจากปากพ่อของผู้เขียนเสมอๆว่าไม่มีเงิน..

          ผู้เขียนจึงคิดว่าผู้เขียนจะไม่พูดคำๆนี้ออกมาเด็ดขาด คำว่า ‘ไม่มีเงิน’ อาจเพราะพ่อของผู้เขียนก็พูดซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ บ่อย ๆ จนผู้เขียนติดภาพความคิดไปแล้วว่าพ่อของผู้เขียนไม่มีเงินจริง ๆ ผู้เขียนไม่ต้องการที่จะมีชีวิตแบบนั้นค่ะ…อีกทั้งพ่อของผู้เขียนไม่มีความคิดที่จะวางแผนการอะไรเกี่ยวกับอนาคตเลย เอาแต่บอกว่ามีก็ใช้ให้หมด ไม่มีก็ไม่ต้องใช้ ชีวิตเราคงจะดีกว่านี้ถ้ามีเงินค่ะ มันคงจะโอเคกว่าถ้าจะเปลี่ยนคำพูดหรือความคิดที่ว่า ‘ฉันไม่มีเงิน’ ‘ผมไม่มีเงิน’ ซ้ำ ๆย้ำ ๆ มาเป็น ‘ฉัน/ผมจะหาเงินยังไง’ ‘จะมีวิธีไหนที่จะหาเงินได้มากกว่าเดิม’ ‘จะมีวิธีไหนที่ทำให้ความเป็นอยู่ของเราดีขึ้นและชีวิตของคนในครอบครัวดีขึ้นถ้ามีเงิน’

อย่างที่สามคือการออมเงินค่ะ ไม่ใช่หาเงินมาเท่าไหร่ก็ใช้จนหมดแบบพ่อผู้เขียนค่ะ ปกติญาติของผู้เขียนจะรักลูกหลานเพศชายมากกว่า ขอแค่เป็นผู้ชาย นอกจากไม่ต้องรับผิดชอบล้างจาน ทำงานบ้านแล้ว ก็ยังพาไปเลี้ยงและจ่ายค่าอาหารแพง ๆ ให้ แต่ลับหลังเขากลับดูถูกพ่อของผู้เขียน

4

          ถ้าเราหาเท่าไหร่ก็ใช้จนหมด เราก็จะได้รับการดูถูกจากญาติพี่น้องของเรา แม้แต่คนที่เคยเอ็นดูและมองเห็นหน้าเรามาตั้งแต่เด็กๆก็ไม่มีการละเว้นในเรื่องนี้ค่ะ เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร แม้แต่คนที่มีเงินในมือมากกว่าหนึ่งล้านบาทในกระเป๋าก็ตาม สรุปก็คือเราต้องใช้ให้น้อยกว่าที่หามานะคะ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ออมเงินเก็บ หรือหาเงินเก่งก็ตาม


ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพ หน้าปก โดยเจ้าของเอง ตกแต่งผ่านเว็บ Canva 

รูปภาพประกอบที่ 1 / 2 / 3 / 4 โดย  Free-Photos 

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Cr.trueid

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

TopBack to Top